วิธีเริ่มต้นแคมเปญ iGaming ด้วยทราฟฟิก Popunder
หากต้องการรันแคมเปญ iGaming ให้ทำกำไรได้ คุณจำเป็นต้องมี:
การทดสอบอย่างเป็นระบบ
การติดตามคอนเวอร์ชัน (Conversion Tracking) ที่แม่นยำ
การปรับแต่งอย่างต่อเนื่องโดยอิงจากข้อมูลจริง
ไม่มีการตั้งค่าแบบเดียวที่ใช้ได้กับทุกออฟเฟอร์หรือทุก GEO แต่การเริ่มต้นด้วยแผนงานที่ชัดเจนจะช่วยให้คุณเข้าสู่ตลาดใหม่ได้อย่างมั่นใจ และสามารถวัดผลลัพธ์จริงก่อนขยายสเกล
สำคัญ: คู่มือนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ผลลัพธ์ใน iGaming (เช่นเดียวกับการตลาดดิจิทัลทั้งหมด) ขึ้นอยู่กับคุณภาพของการทดสอบ การปรับแต่ง และการปรับกลยุทธ์อย่างสม่ำเสมอ
ก่อนเปิดตัวแคมเปญ iGaming ใด ๆ แนะนำอย่างยิ่งให้ตั้งค่า Conversion Tracking
เมื่อคุณตั้งค่า Postback แล้ว คุณจะสามารถ:
ระบุแหล่งที่มาของคอนเวอร์ชันได้อย่างถูกต้อง
วัดต้นทุนต่อการได้มาซึ่งลูกค้า (CPA) จริง
ปรับแต่งแคมเปญโดยอิงจากข้อมูลประสิทธิภาพจริง
หากไม่ได้ตั้งค่าการติดตาม แคมเปญของคุณอาจดูเหมือนไม่ทำกำไรเนื่องจากการระบุแหล่งที่มาผิดพลาด
หากคุณยังไม่แน่ใจว่าจะใช้แพลตฟอร์มติดตามใด สามารถดูได้ที่ส่วน Conversion Tracking ใน Help Center:
https://hilltopads.com/advertisers-help/en/collections/8981570-conversion-tracking
หลังจากตั้งค่า Postback และได้รับคอนเวอร์ชันทดสอบแล้ว คุณสามารถดำเนินการตั้งค่าแคมเปญได้
1. สร้างแคมเปญ
เข้าสู่บัญชี HilltopAds ของคุณ
→ Manage Campaigns
→ Add New Campaign
2. เลือกรูปแบบโฆษณา
รูปแบบหลัก: Popunder (Onclick)
ทราฟฟิกแบบ Popunder ได้รับความนิยมในวงการ iGaming เนื่องจาก:
สามารถสร้างทราฟฟิกจำนวนมากได้อย่างรวดเร็ว
ใช้งานได้ดีในหลาย GEO
ไม่รบกวนประสบการณ์การท่องเว็บหลักของผู้ใช้
การตั้งค่าเริ่มต้นที่แนะนำ:
Mobile Popunder (หลัก)
Desktop Popunder (ทางเลือก ขึ้นอยู่กับ GEO และออฟเฟอร์)
ทราฟฟิกมือถือมักเป็นสัดส่วนหลักในภูมิภาคอย่างเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอินเดีย ส่วนทราฟฟิกเดสก์ท็อปอาจแตกต่างกันไปตามตลาด
ก่อนเปิดตัวแคมเปญ ควรศึกษาข้อมูลตลาดเพื่อดูว่ากลุ่มเป้าหมายของคุณใช้เดสก์ท็อปเป็นหลัก หรือควรโฟกัสเฉพาะมือถือจะเหมาะสมกว่า
3. รูปแบบการคิดราคา
สำหรับการทดสอบช่วงแรก คุณสามารถเลือก:
CPM
CPA Goal (ต้องตั้งค่า Postback ก่อน)
ทั้งสองโมเดลสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากตั้งค่าการติดตามอย่างถูกต้อง
4. การเลือกทราฟฟิก & Frequency Cap
ในช่วงทดสอบ:
เลือก All Traffic Channels
หลีกเลี่ยงการแบ่งกลุ่มผู้ชมมากเกินไปในช่วงแรก
ปล่อยให้ระบบเก็บข้อมูลให้เพียงพอก่อนเพิ่มข้อจำกัด
ค่า Frequency Cap ที่แนะนำ:
GEO Tier 1–2: 1/24 หรือ 1/12
GEO Tier 3 (โดยเฉพาะในเอเชีย): 2/12, 3/12 หรือ 4/12
ควรปรับค่า Frequency Cap ภายหลังตามระดับความอิ่มตัวของผู้ใช้และความเสถียรของคอนเวอร์ชัน
5. การตั้งค่า Targeting: เริ่มต้นแบบกว้าง
ในช่วงเริ่มต้น ควรใช้การกำหนดเป้าหมายแบบกว้างเพื่อไม่จำกัดการเข้าถึง
GEO | หนึ่งประเทศต่อหนึ่งแคมเปญ จากข้อมูลทราฟฟิกปัจจุบันของ HilltopAds GEO เหล่านี้มักให้ปริมาณทราฟฟิก iGaming ที่สามารถสเกลได้: |
เบราว์เซอร์ | ไม่มีข้อจำกัดเข้มงวด (Chrome, Safari, Samsung Browser) |
ภาษา | ภาษาท้องถิ่นของ GEO |
อุปกรณ์ / ระบบปฏิบัติการ | ค่าเริ่มต้น |
ตัวกรอง Proxy / WebView | ค่าเริ่มต้น (ยกเว้นออฟเฟอร์มีข้อจำกัด) |
ควรใช้การกำหนดเป้าหมายที่ละเอียดขึ้นเมื่อเห็นรูปแบบประสิทธิภาพที่ชัดเจนแล้วเท่านั้น
หมายเหตุ: ความพร้อมใช้งานของ GEO และปริมาณทราฟฟิกอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามเวลา ควรทดสอบด้วยงบประมาณที่กำหนดก่อนขยายสเกล
6. กลยุทธ์การปรับแต่ง
เมื่อแคมเปญเริ่มทำงาน:
เปิดใช้งานการปรับแต่งอัตโนมัติ (ตั้งค่าเป้าหมาย eCPA หรือจำนวนคอนเวอร์ชันต่อแหล่งที่มา)
ตรวจสอบ Placement (Ad Zones)
ตัดแหล่งทราฟฟิกที่ไม่ทำผลงาน และเพิ่มทราฟฟิกจากแหล่งที่มีคอนเวอร์ชันสม่ำเสมอ หรือสร้างกฎการปรับแต่งอัตโนมัติ
การปรับแต่งควรทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป อย่าปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่ก่อนมีข้อมูลเพียงพอ
7. งบประมาณที่แนะนำสำหรับการทดสอบ
เพื่อให้ได้ข้อมูลที่มีนัยสำคัญทางสถิติ:
งบประมาณรายวัน: 75–200 ดอลลาร์ ต่อ GEO
งบประมาณทดสอบรวม: 2,000–5,000 ดอลลาร์ ต่อ GEO
งบประมาณที่ต่ำเกินไปอาจทำให้ข้อมูลไม่เพียงพอและนำไปสู่การตัดสินใจเร็วเกินไป
8. การตั้งเวลาโฆษณา (ตัวเลือกเสริม)
ในบาง GEO โดยเฉพาะที่มือถือเป็นสัดส่วนหลัก การปรับตามช่วงเวลาอาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ
คำแนะนำทั่วไป:
หยุดทราฟฟิกระหว่างเวลา 03:00–08:00 (เวลาท้องถิ่น)
วิธีนี้อาจช่วยลดทราฟฟิกคุณภาพต่ำช่วงกลางคืน และช่วยรักษา eCPA ให้เสถียร
